รองศาสตราจารย์
ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ

ประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ

รองศาสตราจารย์ 
ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ

ท่ามกลางผลกระทบจากโรคภัยที่คุกคามสุขภาพ ภัยพิบัติทางธรรมชาติและภาวะโลกร้อน ประชาชนจำนวนมากอาจเริ่มหมดหวังที่จะเห็นอนาคตที่สดใส หลายธุรกิจ หลายองค์กร เผชิญกับภาวะหยุดนิ่ง สิ่งที่เคย “มีมูลค่า” กลับกลายเป็นสิ่งที่ “ไม่มีคุณค่า” การสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือที่เรียกว่า “นวัตกรรม” จึงเป็น “คำตอบหลัก” ของประเทศในการปฏิรูปทุกองคาพยพให้สามารถก้าวข้ามภาวะถดถอยไปสู่ศตวรรษที่ 21 ที่สดใส

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จึงได้ทำหน้าที่บูรณาการเชิงระบบโดยเชื่อมโยงและบริหารทรัพยากรในทุกภาคส่วน และขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในด้านต่าง ๆ และมุ่งหวังให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวและได้เปรียบในเวทีการค้าระดับโลก ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ สนช. ในการส่งมอบคุณค่าให้กับสังคมไทย จึงได้แก่การส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ การใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับการบริการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ การส่งเสริมการใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย การสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยลดปัญหาความไม่เท่าเทียมพัฒนาคุณภาพชีวิตและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเตรียมพร้อมให้ประชาชนมีทักษะที่เหมาะสมกับงานในรูปแบบใหม่ การกระจายธุรกิจนวัตกรรมไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศการใช้ข้อมูลด้านนวัตกรรมเพื่อการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์นวัตกรรมที่เหมาะสม การสร้างผู้นำนวัตกรรมและวัฒนธรรมผู้ประกอบการนวัตกรรมในองค์กร ทั้งนี้โดยภาพรวมแล้ว สนช. ต้องการสร้างให้เกิด “นวัตกรรมด้านกระบวนทัศน์” ซึ่งก็คือ การปรับกระบวนทัศน์ด้านนวัตกรรมของสังคมให้ทันสมัยและพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะปรับกระบวนทัศน์นวัตกรรมเดิม ๆ ที่มักให้ความสำคัญกับการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงไปสู่แนวทางใหม่สำหรับประเทศไทยในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคม ท่านผู้อ่านจะได้พบว่าผู้สร้างแรงบันดาลใจบางท่านในหนังสือเล่มนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางด้วยการสร้างกระแส ระดมพลัง และขับเคลื่อนสังคม บางท่านสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยการเผยแพร่องค์ความรู้ด้วยกลวิธีที่แยบยล และที่สำคัญ หลายท่านในหนังสือเล่มนี้ก็ได้พิสูจน์ว่าศักยภาพของสุนทรียะ จากงานศิลปะ ดนตรี และนันทนาการ ประกอบกับความสามารถในการออกแบบ และบริหารจัดการ สามารถแปรเปลี่ยนสิ่งเดิม ๆ จากที่ “ไม่มีมูลค่า” ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ที่ “มีคุณค่า” อย่างเหลือประมาณ


In the midst of pandamics, natural disasters, and global warming, people have started to feel anxious about the future. Many businesses and organizations have experienced a halt. Something which was once regarded “valued” is now “unvalued.” Hence, making a change or in other words “innovation” is the “key” for the country to reform all fields of organization and to overcome the recession for the brighter 21st century.


National Innovation Agency (Public Organization) or NIA is responsible for serving systematic integration. The agency operates by coordinating and managing resources in all sectors, encouraging them to promote innovation in various fields, and aiming for Thailand to be able to adjust itself and benefit from the international trading platform. NIA stands with the key strategy aiming to deliver value to Thai society in many ways. It includes plans to promote innovations which are necessary for the national development, the use of innovation to enhance services and to boost up the government’s working performance, the use of various financial instruments, and the use of innovation to help reduce inequality problems in society and to improve life quality, which can lead to sustainable development. In addition, the plans promote the preparation of people to be qualified for a new way of working, the distribution of innovative businesses to other regions across the country, the use of information regarding innovation to determine suitable policies and strategies, and the support for innovative leaders and innovative entrepreneurship culture in the organization. Overall, NIA intends to generate “paradigm innovation” which is the adjustment of the innovative paradigm of the society to be up-to-date and to be ready for all possible changes.

This book is part of an endeavour to change the traditional innovative paradigm, which used to focus merely on scientific knowledge and high technology, into the new way that values the changes in Thailand’s economy and society. Readers would notice that some role models have generated changes that have widely influenced the public. These role models have created a trend, mobilized and driven society. Some of them are even able to create changes by disseminating their knowledge through ingenious strategies. More importantly, many of the role models have proved that aesthetic potential from artworks, music and recreation along with designing and managing abilities could cause changes. They have managed to transform the “unvalued” into “the valued.”